สวัสดี บุคคลทั่วไป

แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Messages - guupost

หน้า: [1] 2 3 ... 8
1


ในแต่ละวันเราก็แต่งหน้าแตกต่างกันไปตามความรู้สึก ตามกระแส ตามความเร่งรีบ ถ้ารีบสุด ๆ ก็หน้าสดกันไปเลย เคยอ่านข้อเขียนสอนการแต่งหน้าของกูรูท่านนึงที่มีผลงานดีงามมาก แต่ข้อแม้ของการแต่งหน้าเยอะมาก อย่างนี้ไม่ได้ แบบนั้นไม่ควร อย่างนี้ไม่เหมาะ คือเรากลับเห็นต่าง ทั้งนี้เพราะเรามองว่าการแต่งหน้าเหมือนงานศิลป์ ที่มีความงามในหลายรูปแบบ ชอบแนวไหน ก็แต่งแบบนั้น เทรนด์ไหนอิน เทรนด์ไหนเอาท์ เราไม่ยึดติด เกริ่นซะยืดยาวเลย ในคราวนี้เอาความรู้มาฝากสาว ๆ สายบิวตี้กันอีกแล้ว ครั้งนี้ถึงคิวของไอเทมจำเป็นสุด ๆ อย่าง ที่ปัดขนตา (mascara) ว่ามีกี่แบบ เลือกชนิดไหนให้เหมาะกับขนตาของเรา
1.Pointed Wand เป็นที่ปัดขนตาที่มีลักษณะของหัวแปรงแบบ Pointed หรือแบบแหลม ให้ประโยชน์แบบ 2in1 เพียงแค่ปัดขนตาในครั้งแรกก็ทำให้ขนตาดูยาวขึ้นเยอะเลย อย่าพลาดใช้หัวแปรงงัดที่ปลายขนตาด้วยนะคะ เพื่อเพิ่มความงอนให้ขนตาแบบสุด ๆ
2.Curved Wand เป็นที่ปัดขนตา(mascara) แบบหัวแปรงโค้ง เหมาะสำหรับสาว ๆ ที่มีขนตาตรง ด้วยเหตุว่า mascara ชนิดนี้จะช่วยงัดขนตาให้งอนงาม
3. Ball Wand ที่ปัดขนตา(mascara)รูปทรงกลม ดูแปลกตา สามารถชอนไชเข้าสู่จุดต่าง ๆ ได้ดี ทำให้เนื้อของ mascara เคลือบขนตาได้อย่างทั่วถึง แต่ทั้งนี้ต้องอาศัยทักษะในการใช้อยู่มากพอควร
4. Cone Wand ที่ปัดขนตาแบบนี้เหมาะกับสาว ๆ ที่มีขนตาเส้นเล็ก หัวแปรงที่เป็นทรงกรวยจะช่วยให้สาว ๆ ปัดขนตาได้อย่างทั่วถึง กระทั่งส่วนหัวตา ก็ช่วยให้ปัดได้ง่ายขึ้น
5. Rectangle Wand หัวแปรงทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าแบบนี้ไม่เหมาะกับการปัดตามซอกมุม แต่เหมาะอย่างยิ่งสำหรับสาว ๆ ที่มีขนตาสั้น เนื่องมาจากแปรงลักษณะนี้ จะช่วยให้ขนตาของสาว ๆ ดูหนาและยาวขึ้นได้อย่างง่ายๆ
6. Bubble Wand ที่ปัดขนตาชนิดนี้ตอบโจทย์ในเรื่องความงอน ความเด้ง ช่วยทำให้มีมิติและดูเป็นธรรมชาติมาก
7. Skinny Wand ที่ปัดขนตาชนิดนี้สำหรับคนที่ขนตาสั้น ปรารถนาให้ขนตาดูยาว หัวแปรงยาวแบบนี้แหละที่จะช่วยเพิ่มความยาวและเรียงเส้นของขนตาเราได้อย่างสวยงาม
8. MiniTure Wand เป็นที่ปัดขนตาแบบจิ๋ว สำหรับการัดขนตาล่าง ช่วยให้ปัดขนตาได้อย่างสะดวกโดยที่ไม่ต้องกังวลถึงความเลอะเทอะรอบดวงตาเลย
ในคราวนี้ขอนำเสนอเพียงแค่นี้ก่อนนะคะ ในโอกาสต่อไปจะเอาภาพประกอบมาให้ดูกันด้วย แต่สำหรับท่านใดที่ตัดสินใจเลือกซื้อที่ปัดขนตาไม่ถูก ไม่รู้จะใช้ยี่ห้อไหน แบบไหนดี ก็กดเข้าไปที่ลิงก์ที่เราแปะไว้ได้เลยนะคะเชื่อเถอะว่าไม่ผิดหวังแน่นอน
Website : https://www.yslbeautyth.com/th/make-up/eyes/mascara.html
อีฟส์ แซงต์ โลรองต์ โบเต้ : https://www.yslbeautyth.com

2


สำหรับสาว ๆ ที่อยากมีดวงตาสวยคมกลมโต จะต้องไม่พลาดการใช้ไอเทมเด็ดที่ชื่อว่าอายไลเนอร์ สำหรับสาว ๆที่ชื่นชอบการแต่งหน้ามานานก็คงทราบกันดีอยู่แล้วว่า อายไลเนอร์ ที่นิยมใช้กันอยู่ในทุกวันนี้มีกี่ชนิด แต่สำหรับสาว ๆ สายบิวตี้มือใหม่ อาจจะยังไม่ทราบว่า อายไลเนอร์นั้นมีมากมาย หลายชนิด อาทิ อายไลเนอร์ดินสอ อายไลเนอร์แบบพู่กัน เป็นต้น ในวันนี้ก็เลยจะมาสาธยายให้สาว ๆ ทุก ๆ ท่านได้รู้จักกันว่า อายไลเนอร์แต่ละชนิดมีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันอย่างไรบ้าง ตามมาเลยค่ะ

อายไลเนอร์แบบพู่กัน
อายไลเนอร์แบบนี้นัยว่าเป็นแบบคลาสสิคเลยก็ว่าได้ เพียงแค่จิ้ม ๆ แล้วเอามาปาดที่ขอบตาก็สวยคมโฉบเฉี่ยวขึ้นมาได้ในทันที ใช้งานง่าย

อายไลเนอร์ดินสอ
อายไลเนอร์ดินสอนั้นเหมาะสำหรับมือใหม่หรือผู้ที่เริ่มต้นใช้ eye liner ที่ไม่อยากเลอะเทอะในการใช้ eye liner เขียนพลาดก็สามารถแก้ไขได้ง่ายกว่า อายไลเนอร์แบบอื่น ใครที่ชอบกรีดตาแบบฟุ้ง ๆ เบา ๆ บอกเลยว่า อายไลเนอร์ดินสอ ตัวนี้ตอบโจทย์ได้ดีที่สุด

อายไลเนอร์แบบลิควิคหรือแบบน้ำ
อายไลเนอร์แบบลิควิคหรือแบบปากกา ที่สาวๆ หลายคนติดใจ คนที่จะใช้ต้องมีฝีมือกันหน่อย แต่ไม่ต้องจุ่มให้ยุ่งยาก เพียงแค่เปิดฝาออกมา เขียนดวงตาตามลักษณะที่เราต้องการ ส่วนที่จะแห้งเร็วหรือช้านั้นก็แล้วแต่แบรนด์ เลือกใช้กันตามความถนัดและความชอบได้เลย อายไลเนอร์แบบลิควิคนี้ต้องเขียนต้องใช้บ่อยๆ แล้วก็จะชินและถนัดมือ

อายไลเนอร์แบบเนื้อเจล
อายไลเนอร์แบบเนื้อเจล ถือว่าตอบโจทย์สาว ๆ ที่สีสันที่คมเข้ม สีสันชัดเจน การใช้อายไลเนอร์ชนิดเนื้อเจลนั้นก็จะเหมือน ๆ กับอายไลเนอร์แบบพู่กันคือจุ่มแล้วก็เอามากรีดที่ตา เนื่องจากเนื้อเจลอาจจะต้องรอเวลาให้แห้งหลังจากที่ทาไปสัก 1-2นาทีนะคะ ถ้ายังไม่แห้งอย่าเผลอไปปาดนะ กลายเป็นหลินปิงเลยนะ

อายไลเนอร์แบบมีกลิตเตอร์
อายไลเนอร์แบบมีกลิตเตอร์  เป็นแบบเดียวกับ อายไลเนอร์ลิควิค เพียงแต่ผสมกลิตเตอร์เข้าไปด้วย เพื่อเพิ่มประกายวิ้งวับให้กับดวงตา ช่วยให้ดูสดใสในยามค่ำคืน เหมาะสำหรับการแต่งหน้าออกงานกลางคืนโดยเฉพาะ

อ่านมาถึงตรงนี้ สาว ๆ หลายคนอาจมีคำถามว่าแล้วอายไลเนอร์แบบไหนที่จะเหมาะกับเรามากที่สุด แนะนำว่าให้พิจารณาในแง่ของการใช้งานเป็นหลัก ถ้ามือใหม่ ไม่ชอบแบบยุ่งยาก อยากได้ลุคแบบฟุ้ง ๆ ก็ใช้ อายไลเนอร์ดินสอ นี่แหละตอบโจทย์ที่สุด สำหรับทุกคน ที่อยากได้อายไลเนอร์ดินสอเนื้อครีมแบบป้องกันน้ำ ติดทนนาน คุณภาพดี เราขออนุญาตนำเสนอ อายไลเนอร์ดินสอ DESSIN DU REGARD
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ : https://www.yslbeautyth.com/th/make-up/eyes/eye-liners.html
Yves Saint Laurent Beauté : https://www.yslbeautyth.com

3


ข้อมูลที่เราจะนำเสนอในวันนี้ สำหรับสาวสายบิวตี้น้องใหม่ โดยเฉพาะ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะเป็นประโยชน์อย่างมากกับสาว ๆ ที่รักการแต่งหน้า ครั้งนี้เป็นเรื่องของ อายแชโดว์
อายแชโดว์นั้นหากแบ่งตามลักษณะก็จะแบ่งออกได้เป็น 4 ประเภทซึ่งได้แก่ อายแชโดว์เนื้อครีม อายแชโดว์เนื้อฝุ่นอัดแข็ง อายแชโดว์ชนิดน้ำ และอายแชโดว์ชนิดผงพิกเมนต์ แต่ละชนิดนั้นมีลักษณะเช่นใด เหมาะสมกับการใช้อย่างไร ตามไปดูกันต่อได้เลยค่ะ
1. อายแชโดว์เนื้อครีม หากว่าสาว ๆ นั้นเบื่อกับการใช้อายแชโดว์แบบฝุ่นอัดแข็งแล้ว อยากให้สาว ๆ ลองหันมาใช้อายแชโดว์เนื้อครีมดูก็ได้นะคะ ซึ่งในปัจจุบันนี้อายแชโดว์เนื้อครีมนับว่าเป็นไอเทมสุดคูลที่สาวสายบิวตี้นิยมใช้กันอย่างแพร่หลาย เนื้อของอายแชโดว์เนื้อครีมนั้นมีลักษณะเป็นครีมที่ค่อนข้างหนา ช่วยให้สีสันที่ชัดเจนและติดทนนานกว่าอายแชโดว์แบบฝุ่นอัดแข็ง สำหรับวิธีการใช้ eye shadow เนื้อครีมนั้นก็คล้ายคลึงกับการใช้อายแชโดว์แบบฝุ่นอัดแข็ง ที่สามารถใช้แปรงหรือใช้นิ้วมือของเราแตะแล้วก็ป้ายไปที่เปลือกตาของเราได้เลย
2. อายแชโดว์เนื้อฝุ่นอัดแข็ง เป็น eye shadow ที่เรา ๆ ท่าน ๆ เห็นกันอยู่ทั่ว ๆ ไป เป็น อายแชโดว์ ที่คุณ ๆ ให้ความสนใจใช้กันมาก เพราะว่าใช้ง่าย เกลี่ยง่าย มีสีให้เลือกมาก แต่เพราะว่า eye shadow ชนิดนี้มีลักษณะเป็นฝุ่นผง จึงติดไม่ทนมากนัก ส่วนการใช้งานนั้นแค่ใช้แปรงหรือนิ้วมือแตะไปที่อายแชโดว์ แล้วป้ายที่เปลือกตาในตำแหน่งที่ต้องการได้เลย
3. อายแชโดว์ชนิดน้ำ อายแชโดว์ชนิดนี้ส่วนมากจะมาในรูปแบบแท่งลักษณะเหมือนกับลิปกลอส พร้อมกับพู่กัน สีของอายแชโดว์ชนิดน้ำจะผสมชิมเมอร์ มีเนื้อที่ใสทำให้เกลี่ยได้ง่าย และติดทนนาน วิธีการใช้งานเพียงใช้แปรงป้ายสีไปที่เปลือกตาจากนั้นใช้นิ้วมือเกลี่ยไล้ให้ดูกลมกลืน
4. อายแชโดว์ชนิดผงพิกเมนต์ เป็นอายแชโดว์ที่ได้รับความนิยมในหมู่สาว ๆ สายบิวตี้น้อยมาก เหตุผลหลัก ๆ ที่ไม่ได้รับความนิยมเนื่องด้วยใช้งานค่อนข้างยาก เหมาะกับช่างแต่หน้ามืออาชีพ ส่วนการใช้งานอายแชโดว์ชนิดผงพิกเมนต์นั้น จำเป็นต้องลงอายแชโดว์เบสก่อน เพื่อความติดทนนาน และจะได้ไม่ร่วงใส่ตา
หวังเป็นอย่างยิ่งว่าข้อมูลต่าง ๆ เหล่านี้จะเป็นประโยชน์กับทุกคน ที่แวะเข้ามาอ่านกันนะคะ สำหรับเพื่อน ๆ คนใดที่กำลังมองหา อายแชโดว์เนื้อครีม กันอยู่ แต่ยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะใช้ของแบรนด์ไหน เราขอนำเสนอ อายแชโดว์เนื้อครีม จาก  Yves Saint Laurent Beauté ให้ทุก ๆ ท่านได้ลองไปใช้กันดูนะคะ  FULL MATTE SHADOW  เป็นอายแชโดว์เนื้อแมทท์ที่เปลี่ยนเป็นแป้งเนื้อเบาทันทีที่เซ็ตตัว ปราศจากความหนาหนัก ใช้แล้วไม่เป็นคราบแป้ง รวมถึงไม่ลบเลือนเลอะเปื้อนระหว่างวัน
ชมสินค้าเพิ่มเติมได้ที่
Website : https://www.yslbeautyth.com/th/make-up/eyes/eye-shadows.html

4
รับชมรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์

5
รับชมรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์

6


สำหรับคนที่ชื่นชอบน้ำหอมเป็นชีวิตจิตใจอย่างเราเมื่อไหร่ที่เดินผ่านเคาน์เตอร์น้ำหอม เป็นต้องแวะเข้าไปดู และสูดกลิ่มหอม ๆ ของน้ำหอมกลิ่นใหม่ ๆ อยู่ประจำ และก็เป็นปกติที่จะต้องมีน้ำหอมติดไม้ติดมือกลับมาบ้านด้วย และก็เป็นปกติอีกเช่นกันที่จะโดนคุณแฟนดุเสมอว่าซื้อน้ำหอมจนไม่มีที่จะเก็บจะวางแล้ว(.....แฮร่.....) จะให้ทำงัย ก็คนมันชอบสะสมน้ำหอมนี่น่า และก็เชื่อว่าสาว ๆ แทบจะ100% เลยก็ว่าได้ คงจะชอบน้ำหอมเช่นกัน

เข้าเรื่องเลยดีกว่า วันนี้มีเวลาว่างมากถึงมากที่สุด ก็เลยอยากจะทำตัวให้เป็นประโยชน์กับสังคมออนไลน์บ้าง ด้วยการแต่งตั้งตัวเองเป็นกูรูด้านน้ำหอมเพื่อที่จะมาแนะนำให้เพื่อน ๆ ที่โปรดปรานในกลิ่นของน้ำหอมเช่นกัน แต่ยังไม่ทราบว่าน้ำหอมแบ่งได้กี่ชนิด และควรใช้น้ำหอมอย่างไร
น้ำหอมที่วางจำหน่ายกันอยู่โดยทั่ว ๆ ไปนั้นจะแบ่งตามความเข้มข้นของหัวน้ำหอมเป็นหลัก ซึ่งแบ่งออกมาได้ 3 ระดับ คือ
EAU DE PARFUM (โอเดอเพอร์ฟูม) เป็นน้ำหอมที่มีส่วนผสมของน้ำมันหอมในปริมาณ 15-18 % ซึ่งจะมีกลิ่นติดทนนานราว 10-12 ชั่วโมง
EAU DE TOILETTE (โอเดอทอยเล็ตต์) เป็นน้ำหอมที่มีส่วนผสมของน้ำมันหอมในปริมาณ 4-8 % ซึ่งจะมีกลิ่นติดอยู่ได้นานประมาณ 6-8 ชั่วโมง
EAU DE COlONGE (โอเดอโคโลญจน์) เป็นน้ำหอมที่มีส่วนผสมของน้ำมันหอมในปริมาณ 3-5 % ซึ่งจะมีกลิ่นติดอยู่ได้นานราว 4-5 ชั่วโมง
ส่วนตัวแล้วเราชอบ EAU DE PARFUM มากที่สุด เนื่องมาจากติดทนนานที่สุด แม้ว่าราคาก็จะสูงกว่าน้ำหอมแบบอื่น ๆ อยู่พอสมควรเลยทีเดียว แต่ถ้าเราใช้ให้เป็น ก็สามารถประหยัดได้ ไม่ต้องถามว่าทำอย่างไร รบกวนอ่านต่อเลยจ้า
จากที่เคยได้ยินมา(จากไหนไม่รู้จำไม่ได้ ไม่ต้องถามกันเข้ามานะคะ) 8 จุดชีพจรที่ควรฉีดน้ำหอมได้แก่ ซอกคอ 2 ข้อมือ 2 ข้อพับแขน 2 และข้อพับขา 2 ก็เพราะว่าจุดดังกล่าวมีความร้อน จะทำให้น้ำหอมส่งกลิ่นได้ดีทำให้ประหยัด และก็มีหลายคนเข้าใจว่าต้องฉีดให้ครบทั้ง 8 จุด ไม่ใช่นะคะ ฉีดแค่จุดใดจุดหนึ่งหรือ 2 จุดก็พอ หรือถ้าใครไม่ต้องประหยัด อยากฉีดให้ครบทั้ง 8 จุด ก็ไม่ว่ากันค่ะ
ทีนี้มาถึงเรื่องของการเก็บรักษาน้ำหอมกันบ้าง บางท่านซื้อ EAU DE PARFUM มาใช้ แต่เสียดายกลัวหมดเร็ว ไม่อยากใช้เยอะ บอกเลยว่าซื้อมาแล้วก็ต้องใช้ให้หมดตามระยะเวลาด้วยนะคะ เพราะน้ำหอมแต่ละประเภทมีอายุการใช้งาน เก็บไว้นานเกิน กลิ่นเปลี่ยน สีเปลี่ยนนะจะบอกให้ อายุคร่าว ๆ ก็ตามนี้นะคะ
EAU DE PARFUM  เปิดใช้แล้วอยู่ได้ 1 ปี ถ้ายังไม่เปิดเก็บได้ 3-4 ปี
ส่วน EAU DE TOILETTE และ EAU DE COlONGE เปิดใช้แล้วอยู่ได้ 1-2 ปี ถ้ายังไม่เปิดสามารถเก็บได้นาน 2-3 ปี
หวังว่าเพื่อน ๆ คงจะได้ความรู้ในการเลือกซื้อเลือกหาและใช้น้ำหอมกันไปพอสมควรเลย ทิ้งท้ายไว้สักนิดว่าหากใครกำลังมองหา EAU DE PARFUM กลิ่นหอม ๆ ติดทนนาน ลองแวะเข้าไปที่เว็บไซต์ด้านล่างที่เราแปะลิงก์ไว้ได้เลยนะคะ
https://www.lancome.co.th/th/fragrance/women-s-perfumes/miracle.html
https://www.lancome.co.th

7


cleansing water คืออะไร?
cleansing water คือตัวช่วยที่ใช้สำหรับเช็ดทำความสะอาด สิ่งสกปรกจากเครื่องสำอาง ฝุ่นละออง ที่เกาะอยู่บนผิวหน้าของเรา ซึ่งส่วนประกอบหลัก ๆ ของ cleansing water ก็คือน้ำ และสารชำระล้าง (surfactant) ในแต่ละแบรนด์ก็อาจจะใส่ สารสกัด และวิตามิน สารให้ความชุ่มชื้นต่าง ๆ เพื่อให้มีคุณสมบัติที่โดดเด่นแตกต่างกันออกไป เช่น คลีนซิ่งผิวแพ้ง่าย เป็นสูตรที่อ่อนโยนเหมาะกับผิวที่แพ้ง่าย แต่รวม  ๆ แล้วต้องทำออกมาให้เหมาะกับสภาพผิวที่แตกต่าง

มาทำความรู้จักกันสักหน่อยว่า Surfactant คืออะไร?
Surfactant นั่นก็คือสารชำระล้างที่มีหน้าที่ในการทำความสะอาดสิ่งสกปรก คราบมัน ต่าง ๆ ที่ติดอยู่บนใบหน้าของเรา Surfactant นั้นมีอยู่ใน สบู่ก้อน สบู่เหลว โฟมล้างหน้า  ยาสระผม  หรือแม้แต่น้ำยาล้างจาน ผงซักฟอก ก็มีสารชำระล้างที่ชื่อว่า Surfactant อยู่ด้วยค่ะ แต่ไม่ต้องตกอกตกใจไปนะครับ เพราะว่าเจ้า Surfactant นั้นก็มีอยู่หลายประเภทจัดแบ่งตามความสามารถในการขจัดคราบ อย่างเช่นการขจัดสิ่งสกปรกบนใบหน้าก็ไม่ต้องถึงขนาดที่เช็ดแล้วดังเอี๊ยด ๆ เหมือนกับการเช็คจาน สำหรับการทำความสะอาดผิวหน้านั้น ต้องใช้สาร Surfactant ที่เป็นสูตรอ่อนโยน เหมาะกับผิวหน้า

อันนี้เป็นคำถามที่ถามกันเยอะมาก ๆ เลยวถ้าล้างเครื่องสำอางด้วย cleansing water  เสร็จแล้ว หลังจากนั้นจะต้องล้างด้วยน้ำน้ำเปล่าอีกครั้งมั๊ย?
ถึงแม้ว่าส่วนประกอบหลักของ cleansing water จะเป็นน้ำ แต่ก็ไม่ใช่น้ำเปล่า ๆ อย่าลืมว่าใน cleansing water นั้นมีสารชำระล้างที่ชื่อว่า Surfactant อยู่ในส่วนผสมด้วย แม้จะเลือกเป็นชนิดอ่อนโยน เป็นคลีนซิ่งผิวแพ้ง่าย แล้วก็ตาม นั่นก็อาจก่อให้เกิดความระคายเคืองกับผิวหน้าของเราได้ ฉะนั้นแนะนำอย่างนี้ว่าหลังจากการใช้ คลีนซิ่งผิวแพ้ง่าย แล้วให้ล้างออกด้วยน้ำสะอาดในขั้นตอนสุดท้าย

สิ่งสำคัญที่สาว ๆ สายบิวตี้นั้นจะลืมไม่ได้อย่างเด็ดขาด
ควรใช้ cleansing water  คู่กับสำลีที่มีเนื้อนุ่ม เพื่อไม่ก่อให้เกิดการระคายเคืองผิว
เลือกความหนาของสำลีให้พอเหมาะ ไม่หนาจนเกินไป เพราะจำทำให้เปลือง cleansing water  หากใช้สำลีที่บางเกินไปก็จะทำให้เราต้องออกแรกดที่ใบหน้ามากเกินไป และทำให้การดูดซับเครื่องสำอางทำได้ไม่ดีพอ
ไม่ต้องออกแรงถู กด เช็ดอย่างรุนแรง เพียงแค่ซับเช็ดเบา ๆ คราบ make up ก็หลุดออกมา
เพื่อการทำความสะอาดได้อย่างทั่วถึง ควรเช็ดเข้าไปถึงไรผม และ ช่วงลำคอ
เลือกใช้สูตร คลีนซิ่งผิวแพ้ง่าย จะทำให้ผิวไม่แห้งตึงหลังเช็ดเครื่องสำอาง

เมื่อเราได้รู้จักกับ cleansing water มากขึ้น รู้ว่าทำงานอย่างไร ที่นี่ก็มาถึงการเลือกซื้อว่าควรเลือกซื้อ cleansing water แบรนด์ไหนดี เรามี cleansing water ที่เราใช้อยู่เป็นประจำ อยากจะแนะนำให้เพื่อน ๆ ได้ลองใช้ กดเข้าไปดูได้ที่ลิงก์ด้านล่างนะคะ
https://www.lancome.co.th/th/bi-facil-visage-lc-l6279500.html
https://www.lancome.co.th

8
รับชมรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่แฟนเพจ

9


หากว่าท่านเข้านอนในโดยไม่ได้ใช้ครีมบำรุงผิวหน้ากลางคืน (Night Cream) หรือ ครีมบำรุงหน้ากลางคืนแล้วละก็ เราคงต้องบอกว่าคุณผิดพลาดอย่างมากในการดูแลรักษาผิวหน้า เนื่องจากครีมบำรุงหน้ากลางคืนนั้น  มีประโยชน์สำหรับผิวของคุณ ๆเป็นอย่างมาก  โดยเฉพาะสาว ๆ สายบิวตี้มือใหม่หลาย ๆ คนที่มักจะเพิกเฉยกับการดูแลผิวหน้าในยามค่ำคืนยิ่งควรต้องทราบเอาไว้  ว่าครีมบำรุงผิวหน้ากลางคืนนั้นมีประโยชน์และมีความจำเป็นกับเราแค่ไหน
ครีมบำรุงหน้ากลางคืน มีหน้าที่ทำอะไรบ้าง
-   ช่วยให้ความชุ่มชื้นกับผิวหน้าได้ตลอดทั้งคืน
-   ช่วยทำให้ริ้วรอยต่างๆ บนใบหน้าของคุณลดลง
-   บรรเทาอาการผิวปกติ  ของผิวหน้า
-   ป้องกันผิวไม่ให้ผิวหย่อนคล้อย
-   ช่วยคืนความยืดหยุ่นให้กับผิวหน้า
-   ช่วยให้ผิวของคุณนุ่ม เปลั่งปลั่ง ดูเรียบเนียนและมีความละเอียดมากยิ่งขึ้น
-   ช่วยเพิ่มคอลลาเจนในผิวของคุณในขณะที่ร่างกายกำลังพักผ่อน
-   ช่วยในการไหลเวียนเลือดที่ดีขึ้น
-   ช่วยในการต่ออายุเซลล์และบำรุงผิวของคุณ

การเลือกครีมบำรุงหน้ากลางคืน ที่เหมาะสมกับผิวของผู้ใช้นั้นจัดว่าเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง สำหรับการเลือกครีมบำรุงผิวหน้ากลางคืนนั้นมีหลักการง่าย ๆ ดังนี้
- เราควรแน่ใจว่า  ครีมบำรุงผิวหน้ากลางคืน ที่เราเลือกใช้นั้นมีลักษณะของเนื้อครีมที่ไม่หนาเกินไป  เพราะว่าครีมบำรุงหน้ากลางคืนที่หนาเกินไปอาจจะอุดตันรูขุมขนของเราได้ ทำให้ผิวหายใจได้ลำบาก นับว่าเป็นผลเสียกับผิวมากกว่าผลดี
- ควรระวังเรื่องครีมที่ผสมน้ำหอม ทางที่ดีที่สุดควรเลือกครีมบำรุงหน้ากลางคืนที่เป็นแบบ hypoallergenic เพื่อลดความเสี่ยงจากอาการแพ้
แต่ถ้าเพื่อน ๆ ตกลงใจไม่ถูก ไม่รู้ว่าจะเลือกซื้อครีมบำรุงผิวหน้ากลางคืนยี่ห้อไหนดี ที่ใช้ดี คุ้มค่า คุ้มราคาที่สุด เราขอนำเสนอ ADVANCED G?NIFIQUE SENSITIVE ครีมบำรุงผิวหน้ากลางคืน ตัวล่าสุดจาก lancome ด้วยคุณสมบัติของ ADVANCED G?NIFIQUE SENSITIVE ครีมบำรุงผิวหน้ากลางคืน ที่ช่วยฟื้นบำรุงผิวและกอบกู้ผิวเมื่อต้องเผชิญกับภาวะ ช่วงอ่อนแอของผิว ด้วย New Advanced G?nifique Sensitive เซรั่มครีมบำรุงผิวหน้าตอนกลางคืน เพียงหนึ่งหยดของส่วนผสมเข้มข้นจาก Ferlulic Acid มอบคุณสมบัติที่ผิวคุณต้องการ อาทิเช่น ลดรอยแดงและจุดด่างดำ เผยผิวออร่า ลดริ้วรอย บำรุงผิวจากแสงแดด กักเก็บน้ำให้ผิวชุ่มชื้นยาวนาน

หากว่าคุณ ๆ กำลังอยากได้ครีมบำรุงผิวหน้ากลางคืน  ที่มีคุณภาพสูง ได้ผลลัพธ์ที่ดีและยังปลอดภัยอีกด้วย  เราขอแนะนำให้ลองใช้ ADVANCED G?NIFIQUE SENSITIVE เซรั่มครีมบำรุงผิวหน้ากลางคืน ด้วยนวัตกรรมสองพลังเข้มข้นเพื่อที่สุดแห่งการฟื้นบำรุงผิวล้ำลึกยามค่ำคืน ให้คุณคงผิวสวยและอ่อนเยาว์ตลอดไป สัมผัสผิวสวยอ่อนเยาว์เพียงข้ามคืน  เชิญพิสูจน์ด้วยตัวคุณเองด้วยการกดเข้าไปที่ลิงก์ด้านล่าง
https://www.lancome.co.th/th/advanced-genifique-sensitive.html
https://www.lancome.co.th

10


แน่นอนเลยว่านอกจากรองพื้นที่ช่วยปรับผิวหน้าให้เนียนใสขึ้นแล้วนั้น เครื่องสำอางอีกอย่างหนึ่งที่สาวๆ นั้นจะขาดไปไม่ได้เลยนั่นก็คือแป้ง เนื่องมาจากแป้งนั้นเป็นตัวช่วยที่สำคัญที่จะทำให้ใบหน้าของเรานั้นแลดูกระจ่างใสขึ้น และยังสามารถช่วยปกปิดริ้วรอย รอยแผลเป็น ช่วยลบเลือนความหมองคล้ำบนในหน้า ช่วยให้ใบหน้าของเรานั้นดูเรียบเนียนมากยิ่งขึ้นแล้ว อีกทั้งยังมีส่วนช่วยลดความมันบนผิว ให้สาว ๆ อย่างเรา ๆ ท่าน ๆ นั้นได้สวยเป๊ะ เดินเชิดหน้าได้อย่างเชื่อมั่นตลอดทั้งวัน ในปัจจุบัน ผลิตภัณฑ์แป้งนั้นมีให้เราได้เลือกใช้อย่างหลากหลาย เช่น แป้งฝุ่นอัดแข็ง แป้งฝุ่น แป้งแบบเนื้อครีม แป้งผสมรองพื้น แป้งกันยูวี  เมื่อมีให้เลือกใช้มาก ก็ทำให้เรา ๆ ท่าน ๆ ต้องมากลุ้มใจกันอีก ว่าแป้งชนิดไหนที่จะกำลังดีกับการแต่งหน้าของเรามากที่สุด ถ้าเช่นนั้น ในครั้งนี้ขอเอามาแจกแจงให้ทุกท่านได้รู้จักกันสัก 2 ชนิด ซึ่งก็คือ แป้งฝุ่นอัดแข็ง และแป้งฝุ่น เรามาดูกันเลยดีกว่าว่าเราแป้งแต่ละชนิดเป็นยังไง

แป้งฝุ่นอัดแข็ง Pressed powder
Pressed powder  หรือ แป้งฝุ่นอัดแข็ง  จากแป้งฝุ่นที่ใช้กันทั่ว ๆ ไปนำมาอัดแข็งและบรรจุอยู่ในบรรจุภัณฑ์ที่พกพาง่ายดาย เพื่อเพิ่มสะดวกต่อการใช้แป้ง เหมาะสมกับคุณที่ผิวหน้าไม่ต้องการปกปิดมากนัก ด้วยเนื้อแป้งที่มีลักษณะละเอียด เบาเหมือนแป้งฝุ่น ทำให้เมื่อตบ ๆ เติม ๆ แล้วไม่ทำให้ผิวหน้าดูหนา ดูหนักหน้า จุดเด่นของแป้งชนิดนี้ก็คือ ทำให้ผิวหน้าดูเรียบขึ้น มีความบางไม่หนักหน้า เหมาะที่จะใช้ในเวลากลางวันเพื่อดูดซับความมันของเครื่องสำอางที่ใช้ แป้งฝุ่นอัดแข็ง (Pressed powder) นี้จะเหมาะกับสาว ๆที่มีผิวธรรมดามากกว่าสาวๆ ที่มีผิวมัน เนื่องจากสาว ๆ ที่มีผิวมัน เมื่อใช้แล้วแป้งอาจจะจับตัวกันเป็นก้อนได้

แป้งฝุ่น
แป้งฝุ่นเป็นแป้งที่มีเนื้อบางเบา ละเอียดมาก มักจะถูกใช้ในขั้นตอนสุดท้ายของการแต่งหน้าเพื่อทำให้ผิวดูเนียนสวย ไม่มัน ด้วยเหตุว่าแป้งฝุ่นจะช่วยดูดซับความมันในขั้นตอนสุดท้ายของการแต่งหน้า อีกทั้งยังช่วยทำให้สีสันบนใบหน้าดูเด่นชัดขึ้น และยังช่วยให้เครื่องสำอางติดทนนาน เหมาะอย่างยิ่งกับสาวๆที่มีผิวแพ้ง่าย เพื่อป้องกันการอุดตันจนทำให้เกิดสิวและผิวอักเสบ

เมื่อได้รู้จักกับแป้งทั้ง 2 ชนิดแล้ว เชื่อเป็นอย่างยิ่งว่าทุกท่าน คงจะเลือกใช้แป้งที่เหมาะสมกับสภาพผิว ได้ง่ายขึ้นอีกเยอะเลย เพียงแค่ทำตามข้อแนะนำนี้ พร้อมกับเลือกแป้งที่เหมาะสมกับสภาพผิวของเรามาที่สุด ใบหน้าของสาวๆ ก็จะไม่ต้องพบเจอกับปัญหาอีกแล้ว สุดท้ายขอนำเสนอแป้งฝุ่นอัดแข็ง แป้งฝุ่น ผลิตภัณฑ์สุดคูลจากยี่ห้อ  Yves Saint Laurent Beauté
ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
เว็บไซต์ : https://www.yslbeautyth.com/th/make-up/face/powder.html

11


สำหรับเพื่อน ๆ ที่มีเหงื่อเยอะ สาวสปอร์ตที่รักการออกกำลังกายและรักความสวยงาม หรือแม้แต่สาว ๆ ที่ชีวิตมีแต่ดราม่า บ่อน้ำตาตื้น มีเรื่องให้เสียน้ำตากันอยู่บ่อย ๆ คงต้องพบเจอกับปัญหาการใช้งานดินสอเขียนขอบตาอยู่มากทีเดียว เกิดความกังวลใจทุกครั้งเมื่อใช้ กลัวเยิ้มบ้าง กลัวเป็นแพนด้าบ้าง  แนะนำเลยว่าก่อนอ่านรีวิวนี้ ให้เพื่อน ๆเดินไปหยิบดินสอเขียนขอบตาแท่งเก่าของคุณโยนลงถังขยะไปได้เลย รับรองได้เลยว่าเมื่ออ่านตรงนี้จบ หลังจากนั้น ไม่ว่าคุณจะออกกำลังกายหนักหนาสาหัสแค่ไหนก็ตาม หรือดูซีรีย์ดราม่าจนบ่อน้ำตาแตก ก็ไม่มีทางทำให้คุณเป็นหมีแพนด้าอย่างแน่นอน บอกเลยว่าต้องไม่พลาดไอเทมเด็ดที่เราจะมานำเสนอในวันนี้ ซึ่งจะเป็นอื่นใดไปไม่ได้นอกจาก ดินสอเขียนขอบตา หรืออายไลเนอร์ดินสอสุดเริศจาก  lancome นั่นเอง

Le Crayon Kh?l อายไลเนอร์ดินสอที่ช่วยสร้างความคมชัดให้กับดวงตาของท่าน ได้อย่างง่ายดาย สร้างทุกลุคที่คุณต้องการได้ด้วยดินสอเขียนขอบตา Le Crayon Kh?l สร้างความคมชัดให้กับดวงตาของคุณให้ดูกลมโตยิ่งขึ้น Le Crayon Kh?l เป็นอายไลเนอร์ดินสอที่เป็นเนื้อครีมเนียนนุ่มและอ่อนโยน จึงช่วยให้เขียนง่าย แม่นยำและให้สีสันที่คมชัด สร้างลุค Smoky eye ให้คุณได้อย่างง่ายดาย

คุณสมบัติเด่นของอายไลเนอร์แบบดินสอจากลังโคม Le Crayon Kh?l  คือดินสอมีเนื้อครีมที่เนียนนุ่ม ช่วยให้เขียนขอบตาได้อย่างง่ายดายและแม่นยำ ช่วยให้ดวงตาของคุณแลดูสวยเฉียบคมไร้ที่ติ สามารถเกลี่ยได้ เรียบเนียนง่าย ๆ ไม่จับตัวเป็นก้อนและยังสร้างกรอบและมิติให้ดวงตากลมโตได้อย่างง่ายดายอีกด้วย
หลังจากที่เราได้ลองใช้ Le Crayon Kh?l อายไลน์เนอร์แบบดินสอเนื้อครีมไอเทมสุดฮ๊อตจาก  lancome ไปแล้ว ต้องบอกเลยว่าเราเองนั้นพยายามหาข้อเสียอยู่หลายครั้ง แต่ก็ยังหาไม่เจอสักที ด้วยเหตุว่า ดินสอเขียนขอบตา Le Crayon Kh?l  มีสัมผัสเนียนลื่น สีสันคมชัด และเกลี่ยง่ายอย่างเหลือเชื่อ ช่วยให้เราสร้างสรรค์ทุกลุคที่เราต้องการได้อย่างง่ายมาก ๆ  ไม่ทิ้งรอยเปื้อน และช่วยให้ดวงตาสวยได้ตลอด คอนเฟิร์มเลยว่าไม่มีเยิ้ม ไม่มีลบเลือน ใช้แล้วสามารถเดินสวย เลิศ ๆ เชิด ๆ ได้อย่างมั่นอกมั่นใจตลอดวัน สำหรับใครที่ยังลังเลว่าจะใช้ อายไลเนอร์ดินสอ Le Crayon Kh?l ดีมั๊ย(ยืนยันกันขนาดนี้ ไม่ต้องลังเลแล้ว) ก็ลองเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมของ ลองใช้ Le Crayon Kh?l อายไลน์เนอร์ดินสอ กันก่อนได้ที่เว็บไซต์ของ lancome ก่อนก็ได้นะ เผื่อว่าจะได้ตัดสินใจกันได้ง่ายขึ้น หรือคลิกที่ลิงก์ด้านล่างที่เราทำไว้ให้ก็ได้นะคะ วันนี้ขอจบการรีวิวแค่นี้ก่อน อย่าลืมติดตามกันต่อไปเรื่อย ๆ นะคะ
https://www.lancome.co.th/th/le-crayon-khol.html
https://www.lancome.co.th

12


สวัสดีเพื่อน ๆ ทุกคนนะคะ ห่างจากการรีวิวไปนาน เนื่องจากติดภารกิจ ทั้งงานราช งานหลวง รัดตัวซะจนไม่มีเวลามานั่งเขียนรีวิวกันเลย  ในคราวนี้กลับมาแล้วร่างกายพร้อม วัตถุดิบพร้อม เชื่ออย่างยิ่งว่าถ้าวันนี้ใครต่่อใครที่เข้ามาอ่านรีวิวเราจบเป็นอันต้องเสียทรัพย์ไปกับการหาซื้อสินค้าที่เรานำมารีวิวอย่างแน่นอน อยากทราบแล้วล่ะซิว่าในวันนี้เราจะมารีวิวผลิตภัณฑ์ตัวไหน

ผลิตภัณฑ์ที่เราจะมาคุยกันในครั้งนี้ก็คือ ครีมรองพื้น ที่เป็น รองพื้น ติดทนนาน จากยี่ห้อสุดหรูหราอย่าง อีฟส์ แซงต์ โลรองต์ โบเต้ กับคำเคลมแรงๆ ที่ว่าปกปิดขั้นสุด เกลี่ยง่าย และคุมมันนานถึง 24 ชม. กับ ALL HOURS FOUNDATION SPF 20 หลังจากที่ได้ทดลองใช้มาราว ๆ 2 สัปดาห์ ไม่ต้องพูดเยอะ  พูดแค่สั้น ๆ ว่า ของเค้าดีจริง ๆ แต่ถ้าพูดสั้นแค่นี้ก็คงเรียกว่ารีวิวไม่ได้เนอะ งั้นมาเริ่มกันเลยดีกว่า

เหตุเพราะเป็นครีมรองพื้น จะให้พูดถึงเรื่องอื่นก่อนเรื่องของการปกปิดก็ดูจะแปลก ๆ ไปหน่อยนะ งั้นเริ่มจากเรื่องของการปกปิดก่อนเลย ในเรื่องของการปกปิดนั้นเราให้ 100 คะแนนเต็มเลย เจอมาหลายแบรนด์แล้วคำเคลมแรงแต่พอใช้จริงผิดหวังอย่างหนัก แต่ไม่ใช่ ALL HOURS FOUNDATION ที่สามารถ ปกปิด อำพรางรอยแดง รอยดำได้ดีมาก ช่วยปรับให้สีผิวมีความสม่ำเสมอ เป็นรองพื้น ติดทนนาน ที่คุมมันได้ดี ไม่ไหลเยิ้ม ไม่หลุด ได้ลุคแมทท์ และที่หลายคนมีปัญหามากในการหาซื้อรองพื้นที่ให้เข้ากับสีผิวไม่ได้สักที ครีมรองพื้น All Hours Foundation จาก อีฟส์ แซงต์ โลรองต์ โบเต้ สามารถแก้ปัญหาจุดนี้ได้อย่างดีเลยเนื่องจากมีให้เลือกมากถึง 22 เฉดสี ทำให้สาว ๆ สามารถเลือกสีที่มีความใกล้เคียงกับผิวตัวเองได้มากที่สุด

ถ้าท่านกำลังมองหารองพื้นเจ๋ง ๆ ที่จะช่วยให้ผิวของคุณดูสวยเป๊ะ ครีมรองพื้น YSL All Hours Foundation นั้นเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดในตลาดตอนนี้เลยค่ะ ด้วยเนื้อรองพื้นที่บางเบา ไม่หนา ไม่หนัก และความสามารถในการอำพรางจุดบกพร่องต่าง ๆ ได้ดี แต่ยังให้ความเป็นธรรมชาติมาก ๆ เอาเป็นว่าถ้าเพื่อน ๆ อยากได้รองพื้นที่ใช้ได้ในชีวิตจริง ผิวสวยเป๊ะในชีวิตจริง ไม่ใช่ลงรองพื้นแล้วดูเหมือนคนหน้าแน่นไปออกงานทุกวัน YSL All Hours Foundation คือตัวเลือกที่ดีที่สุดเลยค่ะ

ถึงตรงนี้แล้วเชื่อเป็นอย่างยิ่งว่าทุกท่านคงจะตัดสินใจเลือกซื้อเลือกหาครีมรองพื้น ติดทนนาน บางเบาแต่ปกปิดได้อย่างเทพ มาใช้ บอกเลยค่ะ ว่าของมันต้องมี มันคุ้มค่ามาก ถ้าตกลงใจได้แล้วก็กดเข้าไปที่ลิงก์ที่เราแปะไว้ด้านล่างได้เลยนะคะ
ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ เว็บไซต์ : https://www.yslbeautyth.com/th/all-hours-foundation.html

13


หนุ่ม ๆ หลายคนมองข้ามเรื่องกลิ่นกาย คงต้องบอกตรงนี้เลยนะคะว่า เรื่องนี้ผู้หญิงซีเรียสนะคะ ไม่ว่าคุณจะมีหน้าตาหล่อเหลาปานเทพบุตร มีหุ่นเท่ห์ หล่อล่ำ ซิกแพคงามแค่ไหนก็ตาม แต่ถ้ามีกลิ่นกาย บอกเลยค่ะว่า ความหล่อก็ช่วยคุณไม่ได้ ฉะนั้นหนุ่ม ๆ ก็ควรดูแลในเรื่องของกลิ่นตัวให้ดีและข้อสำคัญอีกประการก็คือ อย่าลืมเพิ่มความหอมด้วยน้ำหอมผู้ชายให้กับตัวเองกันด้วยนะ เพื่อเป็นการเพิ่มเสน่ห์ น่าค้นหา น่าอยู่ใกล้ ๆ แต่ถ้าหนุ่ม ๆ คนไหนที่ไม่เคยใช้น้ำหอมผู้ชายมาก่อน หรืออยากใช้แต่ไม่ทราบว่าจะเลือกใช้แบบไหนที่เหมาะกับตัวเอง ตามอ่านกันต่อได้เลยค่ะ เพราะในวันนี้เราจะมาให้ความรู้เกี่ยวกับน้ำหอมผู้ชายอย่างละเอียดกันเลย

เทคนิคการเลือกกลิ่นน้ำหอมผู้ชาย มีวิธีการเลือกง่าย ๆ ดังนี้
- ไม่ควรเลือกซื้อน้ำหอมจากการดมกลิ่นเพียงอย่างเดียว ควรลองฉีดหรือแต้มน้ำหอมกลิ่นที่เราเลือกไว้ที่บริเวณข้อมือสักพัก ก่อนจะตัดสินใจซื้อ ด้วยเหตุว่าแต่ละคนจะมีกลิ่นกายเฉพาะตัวที่ไม่เหมือนกัน เมื่อน้ำหอมผสมกับกลิ่นตัวถึงจะได้กลิ่นที่แท้จริง
- ต้องไม่ทดลองน้ำหอมมากจนเกินไป เนื่องจากประสาทสัมผัสในการรับรู้กลิ่นของเรา จะไม่สามารถจำแนกได้ ทางที่ดีควรลองครั้งละ 2-3 กลิ่น
- ไม่ควรไปเลือกซื้อนํ้าหอมในช่วงที่เราเพิ่งจะฟื้นจากอาการเจ็บป่วย ไม่สบาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งหนุ่ม ๆ ที่เพิ่งสูบบุหรี่เสร็จ เหตุเพราะกลิ่นของบุหรี่จะมีผลต่อการรับรู้กลิ่นน้ำหอม ทำให้กลิ่นนํ้าหอมที่เราทดลองนั้นมีกลิ่นที่ผิดเพี้ยนไปจากกลิ่นน้ำหอมที่แท้จริง

กลิ่นน้ำหอมที่คุณผู้ชายต้องเลือกใช้
Floral น้ำหอมกลิ่นโทนนี้ เป็นกลิ่นหอมหวาน เหมาะอย่างยิ่งกับหนุ่ม ๆ ที่มีบุคลิกอ่อนโยน รู้สึกสดชื่นเมื่อใช้ น้ำหอมโทนนี้เป็นน้ำหอมกลุ่มใหญ่ที่นิยมผลิตมากที่สุด
Fresh น้ำหอมกลิ่นโทนนี้ เป็นกลิ่นออกแนวหวานอมเปรี้ยว ให้ความรู้สึกสดชื่น มีชีวิตชีวา และเพิ่มความรู้สึกสดใสให้เราได้ ส่วนผสมก็มักจะเป็นสมุนไพร เฟิร์น มอส ต้นหญ้าสีเขียว และผลไม้
Oriental น้ำหอมกลิ่นโทนนี้ เป็นกลิ่นที่หอมแบบเย้ายวนชวนหลงใหล น้ำหอมกลิ่นนี้เหมาะกับผู้ชายเจ้าเสน่ห์ รักในการเที่ยวในยามราตรี ใช้ชีวิตชนิดโก้หรู น้ำหอมโทนนี้ส่วนใหญ่สกัดจากเครื่องเทศ
Woody น้ำหอมกลิ่นโทนนี้ เป็นกลิ่นหอมแบบสุขุมนุ่มลึก เท่ห์ๆ แนวอบอุ่นๆ เหมาะสมกับหนุ่ม ๆ ที่ชอบใกล้ชิดธรรมชาติ หลงใหลในท้องทะเลและท้องฟ้า มีความเป็นอิสระ รักการผจญภัยและมีความเป็นนักกีฬาอยู่ในตัวเอง
หวังเป็นอย่างยิ่งว่าเนื้อหานี้จะเป็นประโยชน์กับหนุ่ม ๆ ทั้งหลายที่มองข้ามในเรื่องของกลิ่นกาย และน้ำหอมผู้ชาย พูดเลยว่า ของมันต้องใช้ ของมันต้องมี มันจำเป็นจริง ๆ นะคะ
ชมรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
เว็บไซต์ : https://www.yslbeautyth.com/th/fragrance/men.html
อีฟส์ แซงต์ โลรองต์ โบเต้ : https://www.yslbeautyth.com

14


ผลิตภัณฑ์เด็ดจาก อีฟส์ แซงต์ โลรองต์ โบเต้ ที่จะมาช่วยเติมเต็มผิวของคุณ ๆ ให้ดูสวยสมบูรณ์แบบไร้ที่ติยิ่งขึ้น ALL HOURS CONCEALER คอนซีลเลอร์ใต้ตา ที่ตอบทุกโจทย์ เกลี่ยลื่น เนียนกลืนเป็นเนื้อเดียวกับผิว ที่สำคัญเลยคือสามารถติดทนนานถึง 16 ชั่วโมงกันเลยทีเดียว ALL HOURS CONCEALER มาใน packaging ที่เป็นแท่งสีดำกับฝาสีทองที่ดูเรียบง่ายแต่หรูหราและทันสมัย สามารถมองเห็นสีของคอนซีลเลอร์เนื้อฟลูอิดที่อัดแน่นด้วยเม็ดสีได้อย่างชัดเจนผ่านช่องใสที่ทอดยาวตลอดด้านหน้า

ALL HOURS CONCEALER คอนซีลเลอร์ใต้ตา ผลิตภัณฑ์เด็ดจาก Yves Saint Laurent Beauté มีสีมาให้สาว ๆ เลือกใช้ให้เหมาะกับผิวตัวเองมากถึง 6 เฉดสี ตั้งแต่ Porcelain ถึง Almond และ Honey ไปจนถึง Toffee ทุกเฉดสีอัดแน่นด้วยเม็ดสีเข้มข้น มีความสามารถในการทนต่อเหงื่อและทนกับสภาพอากาศที่แสนจะร้อนอย่างบ้านเราได้อย่างดี เกลี่ยง่ายไม่ตกร่องหรือลบเลือนในระหว่างวัน และเมื่อได้ทำการทดสอบใช้งานในชีวิตประจำวัน คอนซีลเลอร์ใต้ตา แท่งนี้ ประการแรกที่เห็นได้ชัดเจนเลยคือติดทนนานจริง ๆ ตามที่ทางแบรนด์เคลมไว้ว่าติดทนยาวนานผ่านไป 16 ชั่วโมง คอนซีลเลอร์ที่ลงไว้ก็ยังคงสภาพดูดีเหมือนเพิ่งลงเสร็จใหม่ ๆ ไม่เลือนหาย และไม่มีร่องรอยหรือคราบสะสมที่ร่องของริ้วรอยเลยแม้แต่น้อยประการต่อมาคือเนื้อของ concealer นั้นนุ่มละเอียดให้ความรูปสึกแบบบางเบามาก จึงทำให้เกลี่ยง่ายมาก ๆ ไม่รู้สึกมันเยิ้ม เพียงใช้พู่กันแต้ม concealer ลงไปบนตำแหน่งที่เราต้องการปกปิด แม้ทิ้งไว้สักพักก็ยังเกลี่ยได้ง่าย ๆ ลงใต้ตาแล้วไม่ตกร่อง ไม่เป็นคราบ สามารถปกปิดจุดบกพร่องทุกประเภทได้อย่างสนิทและไร้ที่ติ รอยสิว รอยคล้ำใต้ตา รอยแดง หรือจุดด่างดำ บอกเลยว่า ALL HOURS CONCEALER เอาอยู่

ALL HOURS CONCEALER ช่วยให้คุณสวยเลิศพร้อมรับมือทุกสถานการณ์ มีผิวหน้าที่สวยไร้ที่ติ นวลเนียน และได้รับการปกปิดจุดบกพร่องต่าง ๆ ของท่าน ได้อย่างเนียนสนิทติดทนนาน ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ก็ไม่จำเป็นต้องแต่งเติมในระหว่างวัน ทั้งนี้เพราะผิวหน้าของคุณจะดูสวยสมบูรณ์แบบตลอด หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์สำหรับทุกท่านที่กำลังตัดสินใจหรือกำลังเล็งคอนซีลเลอร์ใต้ตารุ่นนี้อยู่นะคะ ถ้าไม่สะดวกไปซื้อที่เคาน์เตอร์ YSL ก็สามารถสั่งแบบออนไลน์กันได้นะคะ สะดวกมาก ไม่ต้องเสียเวลาในการเดินทาง และเสียอารมณ์กับการจราจรที่นับวันยิ่งสาหัสมากยิ่งขึ้น เพียงแค่กดเข้าไปที่ลิ้งก์ที่เราวางไว้ให้ที่ด้านล่างของบทความนี้ อย่าลืมติดตามกันต่อไปนะคะ เราจะพยายามเสนอเนื้อหาที่ดีมีประโยชน์มาให้อ่านกันเรื่อย ๆ เลยค่ะ
ชมสินค้าเพิ่มเติมได้ที่ https://www.yslbeautyth.com/th/make-up/face/concealer.html

15


The eyes are the windows of the heart. ดวงตาคือหน้าต่างของหัวใจ คำ ๆ นี้นั้นใช้ได้ในทุกยุคทุกสมัยเลยก็ว่าได้ เวลาที่เราสนทนากับใคร เราก็จะต้องมองตาของคน ๆ นั้น การไม่สบตาคู่สนทนานั้นถือว่าเป็นการไม่ให้เกียรติ ซึ่งบางทีอาจถูกมองว่าไม่มีมารยาทในการเข้าสังคมไปเลย จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่เราจะต้องดูแลและให้ความสำคัญกับรอบ ๆ ดวงตาของเรา ไม่ใช่แค่ดูแลแค่ผิวหน้าเท่านั้น ต่อให้หน้าแน่น ผมสวย หุ่นปัง เสื้อผ้าจัดเต็ม แต่ถ้ารอบดวงตาเหมือนหมีแพนด้าก็พังพินาศได้เลย ตรงนี้พูดจากประสบการณ์ตรงของตัวเองเลยนะ เพราะเราเป็นคนที่มีขอบตาคล้ำดำมาตั้งแต่เกิดเลยก็ว่าได้ ถูกล้อเลียนว่าเป็นหมีแพนด้ามาตลอด พยายามหาครีมบำรุงรอบดวงตามาใช้ ด้วยความหวังว่าจะช่วยให้รอบดวงตามีสีที่จางลง แต่ก็ไม่เจออายครีมที่ตอบโจทย์เราได้เลย เราเองก็พยายามสรรหาครีมชั้นดีเพื่อมาบำรุงดวงตาเราอยู่เสมอ แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่เจอสักที จนวันนึงมีพื่อนแนะนำให้เราลองใช้ ครีมบำรุงรอบดวงตา ของแบรนด์ดังอย่าง Yves Saint Laurent Beauté บอกเลยว่าครั้งแรกที่เพื่อนแนะนำให้ลองใช้นั้นไม่อยากใช้เลย ตรง ๆ เลยคือเรารู้สึกว่าราคามันสูงไปสำหรับเรา แต่เนื่องจากโดนตื้อให้ซื้อมาลองใช้ สุดท้ายทนแรงตื้อไม่ไหว ใจอ่อนยอมซื้อจนได้

ด้วยความหวังเต็มเปี่ยมพร้อมเงินเต็มกระเป๋าเดินไปที่ห้าง มองหาเคาน์เตอร์ YSL แล้วจัดการจ่ายเงินซื้อ TOP SECRETS EYE PERFECTOR ด้วยเวลาไม่ถึง 10 นาที เจ้า TOP SECRETS EYE PERFECTOR ครีมบำรุงรอบดวงตา จากแบรนด์สุดหรู ก็มาอยู่ในมือเรา เมื่อภารกิจของเราสำเร็จแล้วก็รีบกลับบ้านสิคะจะรออะไร ผ่ารถติดร่วม 2 ชั่วโมงในที่สุดเราก็กลับถึงบ้านได้อย่างสะบักสะบอม(ชีวิตคนเมืองนี่มันลำบากจริง ๆ) อาบน้ำเสร็จเรียบร้อย ถึงเวลาบำรุงผิวหน้าและรอบดวงตาได้ประเดิม ครีมบำรุงรอบดวงตา สมาชิกใหม่ล่าสุดของโต๊ะเครื่องแป้งเรา สัมผัสแรกที่รู้สึกเลยคือ รู้สึกได้ถึงความชุ่มฉ่ำ ที่รอบดวงตา บอกตรง ๆ ว่า ใช้ครีมบำรุงรอบดวงตามาหลายตัว แต่ไม่เคยรู้สึกอย่างนี้มาก่อน หลังจากที่ใช้ไปประมาณ 2 สัปดาห์ รอบดวงตาดูสีจางลง แถมริ้วรอยก็ดูตื้นขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเจน และที่ชอบที่สุดคือ ช่วยให้เครื่องสำอางติดทนกว่าเดิมมาก ๆ แนะนำเลยว่าเพื่อน ๆ คนไหนที่มีปัญหาแบบเรา ลองหาซื้อครีมบำรุงรอบดวงตา TOP SECRETS EYE PERFECTOR ตัวนี้มาใช้เลย ของมันต้องมี เพราะว่าของมันดีจริง ๆ ทุกวันนี้เดินสวย ๆ มั่นใจมากกว่าเดิมเยอะเลย
สั่งซื้อสินค้าได้ที่  https://www.yslbeautyth.com/th/skincare/category/eye-lip-care.html

หน้า: [1] 2 3 ... 8